ตื่นมาตั้งแต่แปดโมงเช้า
 
จัดกระเป๋า อาบน้ำ แต่งตัว แล้วก็แบกเป้ออกมาจากหอเงียบๆ
 
จะได้กลับบ้านแล้ว ... 
 
ความรู้สึกที่จะได้กลับบ้านครั้งนี้มันช่างอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูกซะจริงๆ
 
อยากเจอครอบครัว
 
แต่ไม่อยากกลับมาเจอสิ่งแวดล้อมเดิมๆ
 
สิ่งแวดล้อมที่จะทำให้เราตัดใจจากเค้าไม่ได้
 
แต่ก็นั่นแหละ ตัดสินใจแล้วว่าจะกลับบ้าน ก็ต้องกลับ
 
ในขณะที่ยืนรอรถเมล์ ใจก็ยังคิดอะไรสับสนวุ่นวายไปเรื่อยเปื่อย
 
จะกลับดีมั้ยนะ...
 
กลับไปแล้วเราจะตัดใจได้มั้ย...
 
จะทำใจได้รึเปล่าที่ต้องเห็นอะไรเดิมๆ...
 
คิดแบบนี้ตลอดเวลา
 
แต่ความรู้สึกอยากกลับมาเจอครอบครัวมันเยอะกว่า
 
ก็เลยแบกเป้ขึ้นรถกลับอุบลมา
 
เมื่อคืนขอนแก่นหนาวมากนะ
 
หนาวที่สุดแล้วมั้ง ตั้งแต่อยู่ขอนแก่นมา
 
เพราะหนาวๆ แบบนั้น แล้วยังพาเพื่อนออกไปหาของกินตอนดึกนี่แหละ
 
อาการปวดหัว คัดจมูก น้ำมูกไหล ก็เลยมารุมซะ
 
กว่าจะไปถึงบขส.ก็เก้าโมงกว่า
 
ซื้อตั๋ว นั่งบนรถเรียบร้อย
 
ยังต้องไปเจอขบวนรณรงค์หมวกกันน็อค
 
กว่าจะออกจากตัวเมืองได้ก็ 11 โมงกว่า
 
รันทดมากๆ
 
ใกล้ปีใหม่แล้วแท้ๆ แต่คนบนรถก็ยังน้อยอยู่เลย
 
กว่าจะมาถึงอุบลก็ปาเข้าไป เกือบห้าโมงเย็น
 
หนาวมากๆ  พ่อก็ยังไม่มารับซักที
 
ระหว่างที่นั่งรอพ่ออยู่
 
คนในบขส. ก็ค่อยๆน้อยลงไปเรื่อยๆ
 
ฟ้าค่อยๆมืดลง
 
อากาศหนาวๆ
 
เหงาขึ้นมาจับจิต
 
น้ำตามาจากไหนไม่รู้ 
 
มันเอ่ออยู่อย่างนั้น 
 
ไม่ไหลลงมา แต่ก็ไม่หายไป
 
ทำไมความหนาวกับความเหงาชอบมาพร้อมๆกันนะ ?
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

หนาวเพราะเหงา
เหงาเพราะหนาว
มันต่างกันนะ

#3 By NTX on 2011-12-26 21:52

ความเหงาที่ไม่มีใคร ยังไม่ทรมานเท่ากับเหงาเพราะคิดถึงใคร
ความเหงาที่ไม่มีใคร ยังไม่ทรมานเท่ากับเหงาเพราะคิดถึงใคร