"ดีท็อกซ์ความคิด"
ชื่อเรียกฟังดูดีเนอะ
แต่จริงๆแล้วมันก็คือการจัดระบบความคิดใหม่นั่นแหละ
อาจจะหากระดาษซักใบ
เขียนด้านแย่ๆ แล้วก็ด้านที่เราอยากจะให้ตัวเองเป็นลงไป
แล้วก็ด้านที่เราคิดว่าเป็นด้านดีของเรา
พอเขียนออกมาแล้วก็ได้คิด
ว่า เออ หนอ ความคิดชั่วของเรามีมากกว่าความคิดด้านดีๆแฮะ  - -"
 
 
ความคิดชั่วที่ว่าคืออะไร ?
ไม่ได้ชั่วถึงขนาดคิดจะออกไปปล้นคนน้ำท่วมอย่างที่เคยเห็นในข่าวหรอก 
ความคิดชั่วที่ว่ามันก็คือด้านไม่ดีของเรา
เมื่อความคิดเรามีด้านที่ไม่ดีมากๆ
พอมากๆเข้าก็กลายเป็นการกระทำ
ครั้งแรกอาจจะยังเรียกไม่ได้ว่าชั่ว
เรียกว่า พฤติกรรมที่ไม่ดีจะดีกว่า
พอเรามีพฤติกรรมไม่ดีมากๆเข้า
ถ้ายิ่งทำแล้วคนอื่นให้อภัยซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ยิ่งได้ใจ
วิธีแก้เหรอ ?
สำนึกเอง  <---- ค่อนข้างน้อยคนนะที่จะทำได้น่ะ
โดนลงโทษแล้วค่อยสำนึก  <--- อันนี้ประเภทบุคคลทั่วไป
ไม่สำนึก  <--- อันนี้คือ เอ่อ ,,,
 
สำหรับเราเราเป็นประเภทที่ 2
คือโดนลงโทษแล้วค่อยสำนึก
เป็นนิสัยที่แย่มากๆจริงๆ
แต่บางที มันก็กลับกลายเป็นว่า สำนึกเมื่อสายไป
แล้วถ้าเป็นแบบนั้น เราจะทำยังไง ?
แก้ที่ปลายเหตุนี่คงไม่รุ่งจริงๆ 
เพราะงั้นต้องมองย้อนกลับไป ว่าอะไรมันคือสาเหตุที่เรามีความคิดแบบนี้
อะไรมันคือต้นเหตุทั้งหมดของเรื่อง
 
เมื่อเรามองกลับไป
เรารู้
เราก็จะแก้มันได้
แต่ไม่ง่ายนะ แก้พฤติกรรมยังพอดูได้ว่าทำได้รึไม่ได้
แต่แก้ไขความคิดนี่คงยากหน่อย
เพราะนั่นคือการที่เราต้องเปลี่ยนทัศนคติในการมองของตัวเองใหม่
เคยคิดอะไรร้ายๆมาตลอดต้องเปลี่ยนไปคิดใหม่
แล้วมันยากตรงไหน ?
มันยากตรงที่เราไม่รู้ว่าจะแสดงออกยังไงว่าความคิดของเราถูกดีท็อกซ์ไปแล้ว
มีแค่เรา ที่รู้ว่าของเสียในความคิดมันถูกกำจัดออกมาแล้ว
ก่อนที่มันจะลุกลามกลายเป็น มะเร็งความคิด
เช่น เฮ้ย คนนั้นขับรถราคา เป็นสิบล้านเลยว่ะ หน้าตาก็ยังกะโจร ที่มันมีขับนี่ขายยามาซื้อรึเปล่าเนี่ย ?
จากแค่ความคิดเล็กๆตรงนี้
มันสามารถขยายออกไปเป็นความคิดไม่ดีขั้นต่อไปได้
อาจจะอิจฉาแล้วเลยเถิดไปถึงขนาดเอาเหรียญไปขูดรถเค้าก็ได้
 
เพราะงั้นเราต้องเปลี่ยนวิธีคิดของเราใหม่
เปลี่ยนมุมมองของเราใหม่ให้ดีขึ้น
อาจจะเปลี่ยนเป็นการชื่นชมเค้า ชื่นชมรถเค้า
อยากได้รถแบบนั้นเหมือนกันก็คิดได้นะ
แต่ต้องไม่เลยเถิดไปถึงขนาดเกินกำลังตัวเอง
เมื่อเราเริ่มมองโลกในแง่ดี ทุกอย่างมันก็จะเริ่มดูดีขึ้นมาจริงๆ  
 
 
***วันนี้เห็นตายายคู่นึงเดินจูงมือกันข้ามถนน
ท่าทางจะมาจากที่ไหนไกลๆ เพราะถือของกันพะรุงพะรังมาก
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราจะคิดว่า
"ทำไม ? ลูกหลานไปไหน ? ทำไมไม่คอยดูแล ?
ทำไมถึงปล่อยให้ตากับยายมาเดินกันในที่ที่อันตรายแบบนี้ด้วย ?  บลาๆ"
แต่ตอนนี้แปลกนะ
เราเริ่มคิดว่า "ตากับยาย 2 คนนี้ดีจัง ดูรักกันมากๆเลย
(ตาดูห่วงยายมากจริงๆ แล้วตาก็ถือของเยอะมาก มีเป้ใบใหญ่อยู่บนหลังอีก
ส่วนยายถือถุงกระดาษสีมัวๆใบนึง) ถ้าเรามีแบบนี้มั่งคงจะดี ,,, บลาๆ"
พอเราคิดแบบนั้น อยู่ๆก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
งงตัวเองอยู่เหมือนกันนะ
แค่เปลี่ยนความคิด อะไรๆก็เปลี่ยน
ว่าแล้วก็รีบสาวเท้าเข้าไปช่วยจูงมือตากับยายข้ามถนน
พอเราพาข้ามเสร็จ ยายก็ล้วงมือลงไปหยิบอะไรซักอย่างในถุง
แล้วส่งมาให้เรา ไม่ทันได้ปฏิเสธยายก็เอาเจ้านี่ยัดใส่มือเราแล้วเดินจากไปพร้อมกับตา
ดูๆไปเหมือนผลส้มนะ แต่กลิ่นมันหวานๆ แล้วเปลือกก็แข็งมาก
มีขั้วเหมือนมะเขือเทศด้วย
เท่าที่ลองถามอากู๋แล้วเอารูปถามเพื่อนดูรู้สึกว่ามันจะคือ ลูกพลัมนะ
(อยากเอารูปลงมาก แต่การ์ดกล้องเน่าไปแล้ว   TT_TT เศร้าสุดขีด !)
แต่ก็ประทับใจมากนะ
อยากเก็บลูกพลัมนี้ไว้ ไม่อยากกินเลย
ตายายคู่นี้น่ารักมากจริงๆ
.
.
.
นอกเรื่องไปไกลละ
เอาเป็นว่าการดีท็อกซ์ความคิดนี่ดีจริงๆนะ
และเราก็กำลังพยายามดีท็อกซ์หลายๆอย่าง
แล้วก็รู้สึกว่ามันทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมากจริงๆ
 
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 
 
ปอปลาลอลิง. เสพติดหนังสือของ  "นิ้วกลม" มากจริงๆ
เพิ่งสอย "ความรักเท่าที่รู้" มา
เครดิต  อากู๋โลด
บทที่ชื่อ "สีขาว" นั่นน่ะ ทำให้เราร้องไห้ได้ทุกครั้งที่อ่าน
โดยเฉพาะบทที่ว่า
 
 " ... ก่อนที่เราจะค้นพบ
ก่อนการสบตาระหว่างเธอกับฉัน
ก่อนที่เท้าของเราจะเดินมาเพื่อสวนกัน
ทางเส้นนั้นเป็นสีขาว
 
ฉันคิดถึงวันก่อนนั้น
วันที่ชีวิตของฉันไร้เรื่องราว
ผ่านวันคืนอย่างว่างเปล่า
ไร้ความทรงจำ
ไร้สิ่งสวยงาม
ทว่า -- ก็ไร้ความโศกเศร้าด้วยเช่นกัน
 
ฉันคิดถึงสีขาว
ก่อนที่เราจะร้องไห้
ก่อนที่เราจะเก็บไปฝัน
ก่อนที่เราจะได้กุมมือกัน
ก่อนที่คำทักทายคำแรกนั้นถูกเอ่ยออกมา
 
เธอยังจำได้ไหม
ตอนนั้นทุกอย่างเป็นสีขาว
รอเรื่องราวมาเติมลงไป
พื้นที่ว่างเปล่าไร้ความหมายใด
รอให้ใครมาให้ความหมายมัน ...
 
...เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างสิ้นสุดลงในวันนี้
ความว่างเปล่าปรกฏขึ้นตรงหน้าอีกหน
ความว่างเปล่าปรากฏขึ้นในใจฉันอีกครั้ง
แต่คราวนี้มันไม่เป็นสีขาวอีกต่อไปแล้ว
 
ความว่างเปล่าหลังผ่านเรื่องราว
ไม่ได้เป็นสีขาวอีกต่อไป
 
ฉันคิดถึงสีขาว
เธอล่ะ-ที่รัก
กำลังคิดถึงสิ่งใด."
  
 
านแ้ล้วไม่ได้เศร้า เสียใจ มีความสุข คิดถึง
ไม่สิ เรียกว่าทุกความรู้สึกมันประดังเข้ามาพร้อมกันมากว่า 
เป็นบทที่อ่านแล้วปวดหัวใจ จนไม่อยากนึกถึงมันอีก
พอๆกับมีความสุข ในเวลาที่คิดถึงมัน
 
ตอนนี้ คนสำคัญคนเดียวของเรา แนะนำมาอีก 2 เล่ม
ตอนนี้อยากได้ "บุกคนสำคัญ" กับ "ฝนกล้วยให้เป็นเข็ม" ขึ้นมาซะแล้ว
คงต้องสอยอีกแล้วล่ะ
 
ปอปลาลอลิง . 2 ที่รัก ...ในหนังสือเล่มนี้ว่าไว้ว่า
"ความรักคือส่วนผสมระหว่าง ความเสียสละ กับ ความเห็นแก่ตัว"
บางคนก็บอกว่า อย่าเห็นแก่ตัวถ้าคิดจะรัก
บ้างก็ว่าต้องเสียสละถ้ามีความรัก
แต่ที่รัก ,,, บางทีคนที่เสียสละก็อยากจะเห็นแก่ตัวขึ้นมาบ้างเหมือนกัน
และฉันยังคงจะรอเวลานั้น ,,, วันที่คุณจะหันหลังกลับมา
ระหว่างนี้ ฉันจะดีท็อกซ์ความคิดรอคุณ ...
 
 
ปอปลาลอลิง . 3   ที่รัก ,,, ในหนังเรื่องนึงเคยบอกไว้ว่า
ในโลกนี้มีคนอยู่หลายประเภท
มีประเภทนึงที่ชอบทำร้ายคนที่ตัวเองรัก
หลายอย่างที่ทำกับคุณ
ฉันอยากจะขอโทษ
ฉันอยากให้คุณรู้ว่า ใจจริงส่วนลึกฉันรักคุณตั้งแต่วันแรกที่พบกัน
แต่นับวันเรายิ่งห่างด้วยเหตุผลที่มาจากคนรอบข้าง
แต่เวลานี้ฉันอยากจะถามคุณว่า มีทางบ้างมั้ย ? 
ที่คุณจะให้อภัยแล้วกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ ? 
โปรดเชื่อ ,,, ว่าฉันยังรอคุณอยู่เสมอ ,,,
 
ปอปลาลอลิง . 4 เราจะเติบโตกันให้มากกว่านี้
แล้วจะกลับมาพบกันใหม่
ถ้าวันนั้นเรายังใช่สำหรับกันและกัน
วันนั้น เราคงจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งนึง
แต่ถ้าไม่  นี่ก็ยังจะเป็นความรักและความทรงจำที่ดีที่สุด
ตลอดไป ...
 
 
ปอปลาลอลิง . 5 (เยอะะะะะะะะะ ~ !!)
 
ใครที่เข้ามาก็พูดคุยกันได้นะคะ
 
หนูไม่กัด  จิ๊งงงงงง  !!!
 



edit @ 25 Nov 2011 19:25:33 by ★•Yuiiji★★Yuki no Hana•★

Comment

Comment:

Tweet